2005/Sep/18

ระดับของการกัดสังคม : 8/10

เชื่อหรือไม่ครับว่า ยิ่งเราเรียนสูงขึ้น มากขึ้นเท่าไหร่ ความเห็นแก่ตัวที่อยู่ในกมลสันดานของผู้ที่ถูกเรียกว่า 'มนุษย์' นั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ราวกับลาวาที่เก็บแรงดันไว้ และพร้อมที่จะทะลักออกมาได้ตลอดเวลาอย่างนั้นล่ะ และเมื่อถึงเวลาอันสมควร ความเห็นแก่ตัวของคน(บางคน)ก็จะเผยโฉมออกมาให้ผู้ที่ถูกเรียกว่า 'มนุษย์' ที่อยู่รอบข้างนั้นได้เห็นถึงความอุบาทว์จิตของมัน เท่านั้นแล

ผมไม่เข้าใจว่า แทนที่พวกเรา มนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าข้าเรียนสูงนั้น ไม่นำสิ่งดีงามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนมาใช้บ้างเนี่ยะ กลับนำเอานิสัยที่มนุษย์ทั่วไปเรียนกว่า 'ต่ำ' ออกมาใช้กันอย่างเชิดหน้าชูตา (ใช่สิครับ เพราะพวกคุณมัวแต่มองที่สูง เชิดเข้าไปสิครับ คอหน่ะ สักวันคอจะเคล็ดเอานะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน) ไม่อายแม้กระทั่งตัวเอง แถมยังมีการมาพูดชมตัวเองอีกว่า ตัวเองเป็นคนมีตระกูลดี (ถึงตระกูลดีอย่างไร แต่ชอบที่จะนำเอานิสัยต่ำๆ หรือที่แถวบ้านผมเรียกว่า 'สถุน' ออกมาใช้บ่อยๆล่ะก็ ผมก็ถือว่าคุณก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมาจากการแบ่งเซลล์ผิดปรกตินั่นล่ะครับ)

เดี๋ยวจะหาว่าผมนอกเรื่องมากไป สำหรับแก่นสารสำคัญที่ผมต้องการจะสื่อจริงๆแล้วนั่นก็คือ ความเห็นแก่ตัวที่ตอนนี้ ขณะนี้ เวลานี้มันได้แฝงตัวเข้าไปบ่อนทำลายอนาคตของชาติไปเสียแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งอนาคตของชาติรุ่นจูเนียร์ ที่เดี๋ยวนี้พวกเขานั้นกำลังฝึกการใช้ความเห็นแก่ตัวกันอยู่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเพราะอะไรมันถึงเข้ามามีบทบาทมากมายขนาดนี้ล่ะ?

ก็ต้องกลับไปโทษที่การศึกษาล่ะครับ ที่แฝงค่านิยมการเห็นแก่ตัวเข้าไปให้เด็ก โดยที่เด็กหรือแม้กระทั่งผู้สอนเองไม่รู้ตัวเลย ตะบี้ตะบันสอนสอนสอน ให้งานงานงาน จนลืมสอนศีลธรรมจรรยามารยาทที่ดีให้กับตัวเด็ก เมื่อมีงานเยอะเด็กทำอย่างไรล่ะครับ หมกตัวทำงานคนเดียวบ้าง อู้งานกลุ่มบ้าง แดกแรงเพื่อนบ้าง หวงวิชาบ้าง... มันเป็นการที่เราเรียกว่า 'การเห็นประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม' ยิ่งนานวันเข้า ทุกคนก็เห็นว่าการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องปรกติ ใครๆก็ทำกัน มันเป็นความอิสระไม่ต้องยึดติดกับกรอบ ไม่สนใจใครกูมั่น นี่ล่ะครับ มันเริ่มมาจากจุดเล็กๆตรงนี้เอง ก็เหมือนไฟไหม้ฟาง ตอนนี้ทุ่งทั้งทุ่งคงไหม้ไปเป็นแถบแล้วล่ะครับ

PS. สงสารอนาคตของชาติเสียจริง - -"
edit @ 2005/09/18 17:04:38
edit @ 2005/09/18 17:06:31